เมื่อวานเล่าถึงเรื่องสัตว์เลี้ยงแสนรักค้างไว้..

วันนี้เลยจะมาต่อ ขอ finish ให้จบ..

จากเดิมที่"แม่คุณนาย"ระเห็จมาจากบ้านใดก็ไม่อาจทราบ..

มาสถิตย์อยู่ ณ บ้านเรา..มันก็อยู่ของมันเรื่อยมา..ตามประสาแมวๆ

นอนทั้งวัน..ถึงเวลาหิวก็มางุ้งงิ้งๆ..เรียกร้องความสนใจ..

จนบางครั้งก็ทำเอาคนในบ้านโมโห บ่อยๆ..

บางทีมันก็แอบไปหม่ำข้าวถวายพระ..ที่ป๊าตั้งไว้..

บางทีก็ตะกุยโน่นตะกุยนี่..โดนตี โดนดุประจำ..(ไม่ยักกะจำแฮะ)

แต่ยังไงก็เหอะ..ไม่มีใคร..เคยไล่มันออกจากบ้านซะที..

เวลาอารมณดีมันก็ชอบมานอนใกล้ๆ..เดินเฉียดไปมา..

อยากให้เราเกาคางให้..(เฮอะ ฝันไปเหอะ อีหนู)

จะมีก็แต่น้องเจมส์เท่านั้น..ที่ชอบเล่นกะมัน..เกาคางให้มัน..

มันเองก็คงรู้..ว่าเราไม่ค่อยจะชอบหน้ามันเท่าไหร่..

แต่มันก็ยังจะตื๊อมาออดอ้อนออเซาะ...

ไอ้เรารึก็แพ้พวกขี้อ้อนซะด้วย..ก็อดไม่ได้ที่จะเอ็นดูมัน..

จนวันนึง..มันหายไปจากบ้าน..ป๊าม้าทุกคนในบ้านต่างก็สงสัย..

มันหายไปไหน..แล้วมันจะกลับบ้านถูกมั้ยเนี่ย..

ไอ้เราก็นะ..แอบสบายใจ..ไม่มีแมวมาป้วนเปี้ยน...(ใจร้ายเนอะ)

แต่กี่ไม่วันถัดมา..มันก็ทำให้เราผิดหวังจนได้..

นังคุณนายกลับมาบ้านในสภาพมอมแมมยังกะโดนฉุดก็ไม่ปาน..

คนที่บ้านก็โล่งใจ..ส่วนเรารึก็นึก..เชอะ..กลับมาทำไมเนี่ย..

แต่ก็ช่างเหอะ..ให้อยู่ต่อก็ได้..คนอื่นๆเค้าอยากให้อยู่กัน..

ชีวิตก็ดำเนินไปตามปกติ..แต่ทว่า..

ม้าก็เริ่มสังเกตเห็นว่าท้องมันใหญ่ขึ้น..จนในที่สุด..

ก็เป็นที่กระจ่างแจ้งแดงแจ๋ว่า...มันท้อง!!!


(ที่หายไปออกจากบ้านนี่..แกหนีตามผู้ชายไปใช่มะ..

แล้วยังมีหน้าอุ้มท้องกลับมาอีก..เด๋วปั๊ด..เฆี่ยนเลย..ไม่รักดีจริงๆ)

แต่มันก็ท้องแล้วนี่นา..ทำไงได้..ก็ต้องปล่อยไปตามงั้นแหล่ะ..

พอเห็นว่าทุกคนให้อภัย..มันก็ชักจะได้ใจ..

เรียกร้องของกินมากขึ้น..

จากปลาทู 1 ตัวเป็น 2 ตัวต่อมื้อ..อาหารแมวแบบไม่อั้น..

ป๊าม้าก็นะ..เอาใจ..บำรุงแมวท้องกันสุดขีด..(ออกแนวอิจฉานะเนี่ย)

ก็ได้แต่สงสัยตะหงิดๆว่า..เมื่อไหร่มันจะคลอด...

แล้วถ้าคลอดจะเป็นยังไงหว่า..

แล้วลูกแมวแรกเกิดนี่..หน้าตาจะเป็นแบบไหนน้อ..

จนวันนึง..ป๊าก็โทรมาหา..เนี่ยๆคุณนายมันคลอดแล้วนะ..

(สงสัย..อารมณ์อากงได้หลาน

สรุปว่า..มันมีศักดิ์เท่าเทียมกับชั้นแล้วเรอะเนี่ย)

มันงอแงทั้งวัน..เรียกร้องความสนใจ..ร้องแง้วๆ

เรียกมาม้าขึ้นไปข้างบน..ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป..ดื๊อดื้อ..

จนม้าเอะใจว่า..สงสัยมันจะคลอด..ก็เลยขึ้นไปข้างบนจัดที่ให้มัน..

สุดท้าย..ก็เย็นวันนั้นเอง...สมาชิกใหม่สี่ตัวก็ลืมตาดูโลก..

4 ตัว ลายไม่เหมือนกันเลย.. (นี่ แกโดนฉุดไปหรอ นังคุณนาย ฮึ)

พอวันเสาร์เราก็กลับบ้านไปแอบดูหน้าค่าตาเบบี๋ทั้งสี่..

นอนขดทับกันกลมเชียว..ส่วนนังคุณแม่มือใหม่นะเรอะ..

ก็นอนอืดอยู่ข้างๆแหล่ะ..ช่วงนั้นเวลาเดินผ่านต้องระวังไม่ให้เสียงดัง.

กลัวเบบี๋จะตกใจตื่น..ผ่านไปเป็นอาทิตย์มันก็ยังนอนกันอยู่อย่างงั้น..

มีแต่นังคุณแม่..ที่ลุกขึ้นมาหาอะไรกินเป็นครั้งคราว..

มันก็ต้องให้นมลูกอะนะ..ก็เลยปรานีมันหน่อย..ให้มันกินเยอะขึ้น..

พอหลายอาทิตย์เข้า..เจ้าเบบี๋ทั้งหลายเริ่มเคลื่อนไหว..

แต่มันก็ยังไม่ออกมาจากอาณาบริเวณที่มาม้าจัดไว้ให้นั้น..

คงนอนเล่นกันอยู่แต่ข้างใน..จนเราที่ชอบไปแอบดูบ่อยๆชักสงสัย..

ว่า...มันเป็นอะไรอ๊ะป่าว..

ส่วนนังคุณแม่น่ะเรอะ..ซ่าส์เหมือนเดิมแล้ว..

แต่ก็รู้สึกว่า..มันพูดรู้เรื่องขึ้นนะ..

ถึงจะดื้ออยู่บ้าง..แต่ก็ยังพอจะฟังกันอยู่..

อย่างคืนนึง..เราลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ..เจอมันพอดีตรงหน้าห้องนอน

มันก็แง้วๆตามประสา เราซึ่งงัวเงีย ก็รำคาญจะรีบไปเข้าห้องน้ำมานอนต่อ..

ก็ไล่มันว่า..อย่ามายุ่งได้ไหม...แต่ไล่เท่าไหร่มันก็ไม่ยอมไป..

เดินไปไหนก็เดินตาม..พอเราหยุดมันก็หยุด..นอนหงายท้อง..

หลับตาพริ้ม..ชวนเชิญให้เราเกาคางให้..

(หนอยคิดจะยั่วชั้นเหรอะ ไม่มีทางย่ะ)

พอเราก็เดินหนี..มันก็ลุกตามอีก..และพอเราหยุดมันก็ทำอย่างเดิม..

คือลงนอนหงายท้องอีก..เป็นอย่างงี้อยู่หลายครั้ง..

จนเราสุดจะทน..ก็ไล่มันแบบเถื่อนๆ..แต่มันก็ยังดื้อดึง..

(โอ๊ย จาไปชิ้งฉ่อง..ปล่อยชั้นไปเด๋วนี้นะ แมวบ้า)

สุดท้าย..อ่อนใจ..เลยพูดกับมันว่า..

"แมวจ๋า..ไม่เล่นนะ.. ง่วงมากๆเลย ดึกแล้วไปนอนกะลูกเหอะนะๆๆๆ"

ปรากฏว่าได้ผลแฮะ..นังเหมียว..มองหน้าแล้วเดินสะบัดก้น

กลับไปที่นอนของมันกะลูก...ไม่ตื๊ออีกเลย..

(สรุปว่า..ต้องพูดเพราะๆก่อน ไม่งั้นไม่ไป)

นึกไปนึกมา..มันก็นิสัยเหมือนเราเองน่ะแหล่ะ..

ถ้าพูดไม่ดีกะเรานะ..จะง่ายหรือดีแค่ไหนก็ไม่ทำให้หรอก..

แต่ถ้าพูดเพราะๆดีๆนะ..หึหึ จะให้ไปบุกน้ำลุยไฟ..ที่ไหนก็บ่ยั่น..

(สรุปว่า หลอกง่าย..ถ้ารู้วิธีการเข้าหาน่ะเอง)

ล่าสุด...อาทิตย์ที่แล้ว...กลับบ้าน..

เจมส์รีบวิ่งมารายงานว่า..

ไอ้เจ้าตัวเล็กๆทั้งหลายออกมาเดินเล่นป้วนเปี้ยนกันใหญ่เลย..

แต่ว่า..มันไม่คุ้น..บางตัว..ก็เลยทำท่าขู่ๆบ้าง

ไอเราก็ตื่นเต้น..รีบเดินขึ้นไปดู..

ต๊าย..เดินกันดุ๊กดิ๊ก น่ารักจัง...พอหันมาเห็นเราเท่านั้นล่ะ..

ทุกตัวหยุดกึก..นิ่ง..เจ้าตัวเทาลายทาง..ก็เริ่มทำท่าขู่..

(แหม..น่ากลัวเหลือเกินนะ..อีหนู..กตัญญูแต่เด็กเลยนะลูก)

แต่ก็นะ..แมวเด็กอ่ะ..มันจะน่ากลัวได้ซักแค่ไหนเชียว..

พอเห็นบ่อยๆเข้ามันก็ชักจะชิน..เริ่มรู้ว่า...ใครเป็นใคร..

ไม่ขู่อีกแล้ว..ซ้ำยังให้ลูบหัวได้ด้วย..

แต่เวลาเราเดินขึ้นมาทีไร..

เบบี๋ทั้งสี่ก็จะหยุดกึกแล้วหันหน้ามามองจ้องเป๋ง..

น่ารักมากๆ เสียดายที่ไม่มีกล้องในมือตอนนั้น..จะถ่ายเก็บเอาไว้..

ตอนนี้..ชักซ่าส์กันใหญ่..เดินกันว่อน..

แถมยังรักผจญภัยขนาดเดินตรงแถบบันได..

ไอเราก็กลัวมันจะตกลงไป..เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต...

เพราะยังเด็กกันเหลือเกิน..ก็ได้แต่หวังว่า...

สัญชาตญาณและความกลัวคงจะช่วยให้มันอยู่รอดปลอดภัย..

ไม่ทำอะไรเสี่ยงๆเกินตัวเล็กๆของมัน..

แต่ก็นะ..เท่าที่ผ่านมา..มันก็ยังอยู่รอดปลอดภัยดี..

แถมซ่าส์ขึ้นทุกวันๆ..พากันปีนขึ้นไปบนเก้าอี้คอมพ์..

นั่งเล่นกันแบบครอบครัวสุขสันต์..ไม่สนใจเจ้าของเล้ย..

อีกที..

มาดูคุณแม่กันหน่อย...

ท่านี้..ดูร้ายๆยังไงไม่รู้..

อันนี้ดีกว่า..ดูอ่อนโยนขึ้นหน่อย..

นอนสบายใจเชียวนะ..ชิ

ง่ะ..ยัยเมย์มากวนใจ..แอบถ่ายอีกละ เด๋วปั๊ด

เฮ้อ เสียดาย..รูปไม่ชัดอ่ะ..ถ่ายด้วยมือถือก็เงี้ย..

ไว้วันหลังเอากล้องไปแอบถ่ายใหม่ดีกว่า...อิอิ

เอ่อ......คือว่า...ขอสารภาพว่า...

จริงๆแล้ว..เรื่องที่ตั้งใจจะเขียนอ่ะนะ..ไม่ใช่เรื่องสัตว์เลี้ยงแสนรักอะไรนี่เล้ย..

แต่ไหงมาลงเอยอย่างงี้ได้ก็ไม่รู้...

อันที่จริงแล้ว..ที่เล่ามาทั้งหมดนี้..

ก็เพียงเพื่อจะชวนให้คุณลองนึกทบทวนกันดู..

ว่าในชีวิตของเรานั้น..

นอกจากจะมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแล้ว..

ก็ยังมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆด้วย..

พวกเขาเหล่านั้น..ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่เกิดมา

ให้เราได้ครอบครอง..หรือรับใช้ สนองความต้องการของเรา

หากแต่เป็น "เพื่อนร่วมโลก"ที่เราควรจะปฏิบัติกับพวกเค้า

เสมือนหนึ่งเพื่อนของเราเอง..

คุณมีหนึ่งชีวิต เค้าเองก็มีหนึ่งชีวิต..

คุณรักชีวิตของคุณ.. เค้าก็รักชีวิตของเค้า..

แบ่งปันความรักให้พวกเค้าบ้างเถอะ..แม้แค่เศษเสี้ยวของหัวใจก็ยังดี..

อย่างที่เคยบอก...เราเองก็ไม่ได้เป็นคนรักสัตว์อะไรมากมาย..

แต่เหตุการณ์บางเหตุการณ์มันก็ทำให้หัวใจเราสั่นไหวเหลือเกิน..

อย่างเรื่องของ "น้องสามขา"

น้องหมาข้างถนนที่ถูกรถชน..จนเหลือแค่สามขา..

มันดำเนินชีวิตของมันอยู่แถวๆออฟฟิศเรา

ทุกเย็นที่พวกเราลงมากินข้าว..

ก็จะเห็นมันมาป้วนเปี้ยนเสมอ.

.ด้วยความที่หน้าตามันน่าสงสาร..กับท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวของมัน.

.พวกเราก็มักจะซื้อไก่ปิ้งแบ่งให้มันกินเป็นประจำ..

และทุกครั้งที่มันเห็นพวกเรา..มันก็กระดิกหางดีใจ..

อาจจะเป็นแค่เพราะสัญชาตญาณที่บอกให้มันรู้ว่า..

วันนี้ท้องมันจะอิ่ม..เพราะเดี๋ยวจะมีคนซื้อให้กิน..

แต่นัยน์ตาใสซื่อของมันที่เราเห็น ก็บอกได้ว่า มันคงรู้สึกอะไรมากกว่านั้น..

อย่างน้อย..ก็ความผูกพัน..

.แต่แล้ววันหนึ่ง..ที่พวกเราลงมาเจอคุณป้าขายไก่ปิ้ง..

พี่คนหนึ่งซึ่งเอ็นดูเจ้าสามขานักหนา..ก็เอ่ยปากถามว่า..

"ป้า สามขาไปไหนอ่ะคะ..ไม่เห็นเลย"

"มันตายแล้ว โดนคนตีตาย"

"ใครตีอ่ะคะ"

"ไม่รู้ใคร แต่มันไปตายที่โรงบาล"

สิ่งที่พวกเราได้ยิน..มันก็อาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้น..

แต่บอกตรงๆเหอะนะ..เราว่ามันช่างโหดร้ายเหลือเกิน..

สามขามันทำอะไรให้หรอ..ถึงต้องตีมันจนตายน่ะ

แค่มันโดนรถชนจนเหลือสามขา..ก็เป็นชีวิตที่เจ็บปวดพออยู่แล้ว

ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย..ไม่เข้าใจจริงๆ..

พอมองสังคมตอนนี้..เราก็รู้สึกว่า..

คุณค่าของชีวิตคนมันลดต่ำลงอย่างน่าใจหาย..

ฆ่ากันตาย..ยิงกันตายทุกวัน..

แล้วพอยิ่งเป็นชีวิตอื่น...ชีวิตของแมว ของหมา..มันยิ่งไม่มีค่าเลย..ใช่ไหม..

ก็ได้แต่หวังว่าสามขามันคงจะไปสู่สุคติ ไปเกิดที่ดีๆ..อย่างที่พี่เค้าบอก..

ช่วงนี้อากาศหนาวจนต้องใส่เสื้อคลุมหนาๆ..

แต่เสื้อผ้าเหล่านั้นก็ไม่ได้ช่วยให้เรารู้สึกว่า

"ความเย็นเยียบ"ในหัวใจลดน้อยลงเลย

ตราบใด..ที่คนเรายังให้คุณค่าของชีวิตน้อยกันแบบนี้..

เมื่อไหร่จะหยุดซะทีนะ..เรื่องพวกนี้..

หรือว่า..คุณจะลืมไปแล้วว่า..

" หัวใจที่อบอุ่น..มันทำให้คุณเป็นมนุษย์ที่แท้จริง"

๏ อนุสาวรีย์นี้เตือนจิตร์ ให้กูคิดรำพึงถึงสหาย

โอ้อาไลยใจจู่อยู่ไม่วาย กูเจ็บคล้ายศรศักดิ์ปักอุรา

ยากที่ใครเขาจะเห็นหัวอกกู เพราะเขาดูเพื่อนเห็นแต่เป็นหมา

เขาดูแต่เปลือกนอกแห่งกายา ไม่เห็นฦกตรึกตราถึงดวงใจ

เพื่อนเป็นมิตร์ชิดกูอยู่เนืองนิตย์ จะหามิตร์เหมือนเจ้าที่ไหนได้

ทุกทิวาราตรีไม่มีไกล กูไปไหนเจ้าเคยเป็นเพื่อนทาง

ช่างจงรักภักดีไม่มีหย่อน จะนั่งนอนยืนเดินไม่เหินห่าง

ถึงยามกินเคยกินกับกูพลาง ถึงยามนอน ๆ ข้างไม่ห่างไกล

อันตัวเพื่อนเหมือนมนุษสุจริต จะผิดอยู่แต่เพียงพูดไม่ได้

แต่เมื่อกูใคร่รู้ความในใจ กูมองดูรู้ได้ในดวงตา

โอ้อกกูดูเพื่อนอยู่หรัด ๆ เพื่อนมาพลัดพรากไปไม่เห็นหน้า

กูเผลอ ๆ ก็เชง้อเผื่อเพื่อนมา เสียงกุกกักก็ผวาตั้งตามอง

อันความตายเป็นธรรมดาโลก กูอยากตัดความโศรกกระมลหมอง

นี่เพื่อนตายเพราะผู้ร้ายมันมุ่งปอง เอาปืนจ้องสังหารผลาญชีวี

เพื่อนมอดม้วยด้วยมือทุรชน เอารูปคนสรวมใส่คลุมใจผี

เป็นคนจริงฤาจะปราศซึ่งปรานี นี่รากษสอัปปรีปราศเมตตา

มันยิงเพื่อนเหมือนกูพลอยถูกด้วย แทบจะม้วยชีวังสิ้นสังขาร์

จะหาเพื่อนเหมือนเจ้าที่ไหนมา ช้ำอุราอาไลยไม่วายวัน

เมื่อยามมีชีวิตร์สนิทใจ ยามบรรไลยลับล่วงดวงใจสั่น

ด้วยอำนาจจงรักภักดีนั้น ขอให้เพื่อนขึ้นสวรรค์สำราญรมย์

ถึงจะมีหมาอื่นมาแทนที่ กูก็รักเพื่อนนี้เป็นปฐม

ที่ไหนเล่าจะสนิทและชิดชม ที่ไหนเล่าจะนิยมเท่าเพื่อนรัก

ถึงแม้จะไม่มีรูปนี้ไว้ รูปเพื่อนฝังดวงใจกูตระหนัก

แต่รูปนี้ไว้เป็นพยานรัก ให้ประจักษ์แก่คนผู้ไมตรี

เพื่อนเป็นเยี่ยงอย่างมิตร์สนิทยิ่ง ภักดีจริงต่อกูอยู่เต็มที่

แม้คนใดเป็นได้อย่างเพื่อนนี้ ก็ควรนับว่าดีที่สุดเอย

ก็หวังว่า..บทพระราชนิพนธ์ในล้นเกล้าล้นกระหม่อมรัชกาลที่ 6 
จะช่วยสะกิดเชื้อไฟ...เติมความอบอุ่นในหัวใจของคุณได้บ้าง..
ถ้าคุณยังพอจะมีความเป็น..มนุษย์เหลืออยู่..
.



edit @ 2007/02/02 02:19:47

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านไปอ่านมา ซึ้งซะงั้นนะครับคุณเมย์ไว.....ไม่พูดดีกว่า เดี๋ยวโดนด่าอีก
ปกติไม่ค่อยชอบแมวนะครับ แต่พออ่านเรื่องกวนๆของเจ้าคุณนายลูกคุณเมย์แล้ว น่ารักดีแฮะ
ใครกันนะ บังอาจตีหมาที่เหลือแค่สามขาได้ ผมว่าคุณเมย์โหดร้ายแล้วนะ คนที่หมาสามขาซาดิสซึ่มกว่าอีก

เข้าใจหัวข้อเรื่องของคุณเมย์แระ เอนทรีนี้ดีนะเนี่ย ถ้าตั้งในพันธุ์ทิพย์จะโหวตให้เป็นกระทู้แนะนำแล้วนะเนี่ย
สุดท้าย..ขอให้เจ้าสามขาหมาสู้ชีวิต ลงไปสู่สุขคติ เกิดภพใหม่ขอให้มีแค่สองขาพอนะ จะได้ไม่ต้องถูกใครรังแกอีก

#1 By Oxitoxin on 2007-02-02 15:52

อ่านแล้วกินใจ..และโดนใจ
คนสมัยนี้น่าได้อ่านจริงๆ
เราก็ไม่ใช่คนรักสัตว์อะไร..
แต่ก็ไม่คิดจะทำร้ายใคร
ชีวิตมีเท่ากันคือ1
อืม นะคะ

มนุษย์ชอบเอาตัวเองเป็นหลัก คิดว่าตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่โตคับฟ้า

ทั้งๆที่ แท้จริงแล้ว เราก็เป็นแค่เศษละอองของจักรวาล ที่กำลังจะหมดไปทุกวัน แท้ๆ

รักเพื่อนร่วมโลกให้มากๆน้า

#3 By pure art on 2007-02-03 09:49