If only you could be able to..
posted on 13 Feb 2007 17:51 by maylodyอุตส่าห์พยายามปิดหูปิดตา..ไม่รับไม่รู้..ไม่มองไม่เห็น..
สีชมพูสุดโปรด..ก็เอาไปเก็บไว้ไกลๆตาก่อน..ไม่เอาไม่อยากนึกถึงมัน...
หยุดนะ..อย่าเอ่ยถึงมัน...ไอ้ วาเลนไทน์อะไรเนี่ย..
ชั้น..ไม่..อยาก..ได้..ยิน..
แต่เอาเหอะ...ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้..ก็จะยอมตามกระแสเค้าหน่อยละกัน
ในเรื่องของความรัก..
คนบางคน..เป็นคนง่ายๆ...รักคนง่าย.. ไม่มีข้อแม้อะไรมากมาย
..เจอะเจอใครถูกใจก็เกิดวาบหวิวไหวหวั่น..ได้ไม่ยาก
กับคนบางคน...คาดหวังตั้งเงื่อนไขกับคนที่คิดว่าจะรักไว้มากมาย..
จนยากที่จะหาใครคนนั้นเจอ...เพราะไม่ว่าใครก็ไม่ qualified ไปซะหมด..
เฮ้อ...ทำให้เป็นเรื่องยากซะยังงั้น.. อยากได้คนที่ตรงใจเหรอ..
ก็ปั้นเอาเลยซี้..จะเสกสรรค์ปั้นแต่งให้ได้ดังใจยังไงก็ได้..
เหมือนเรื่องของนายคนนี้ไงล่ะ
ว่ากันว่า

บนเกาะไซปรัส มีประติมากรหนุ่มมากด้วยฝีมือ นามว่าPygmalion
ชีวิตของเขาก็ไม่ได้บกพร่องข้องขัดตรงไหน..
นอกจากอุปนิสัยส่วนตัวของหมอนี่ที่ว่า..
"เกลียดผู้หญิง" เนื่องจาก
Detesting the faults beyond measure which nature has given to women,
รังเกียจในความบกพร่องทางรูปลักษณ์ที่ธรรมชาติประทานมา
ให้แก่บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งปวง.. (สวยแบบธรรมชาติวาด(ผิด)
สาวใดก็ไม่งามถูกใจสักที..อีตานี่ก็เลยแก้ปัญหาโดยการไม่ชายตาแลหญิงใด
มุ่งมั่นฝักใฝ่แต่งานศิลป์ (ร้องเพลง "แค่เธอก็พอ"คลอไปด้วย)
แต่แม้อีตา Pygmalion จะจงชังผู้หญิงสักเพียงใด..
ผลงานที่เค้าทุ่มเทชีวิตจิตใจและอัจฉริยภาพของเค้าทั้งหมด
เพื่อที่จะรังสรรค์มันขึ้นมานั้น..
กลับเป็นรูปปั้นของผู้หญิง..สิ่งมีชีวิตที่ Pygmalion ชิงชังเป็นนักหนา
ถ้าไม่เป็นเพราะว่า...
เขาไม่อาจจะฝืนปรารถนาแห่งธรรมชาติที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้จิตสำนึก
ก็อาจเป็นเพราะความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะสร้างผู้หญิงที่มีความงามตามอุดมคติ
เพื่อที่จะแสดงให้บรรดาชายหนุ่มน้อยใหญ่ประจักษ์ถึง
"ตำหนิหรือความบกพร่อง"
ที่พวกเขาต่างก็ยอมรับได้และพออกพอใจกันอยู่..
แต่ไม่ว่าจะเหตุผลกลใด..
การณ์ก็คือ Pygmalion ทุ่มเทแรงกายแรงใจอุทิศชีวิต
ให้กับการสร้างสรรค์ถ่ายทอดลักษณะความงามในอุดมคติออกมา..
วันแล้ววันเล่า..ผ่านปลายนิ้วมืออันชำนิชำนาญและเปี่ยมพรสวรรค์ของเขา
รูปปั้นนั้นก็ยิ่งงดงามขึ้นๆ...กว่าที่เคย.. จนในที่สุด
ความงามอันเป็นเลิศก็ปรากฏ..
ไม่มีสตรีนางใดในหล้าจะงามเทียมทัน
ไม่มีรูปปั้นใดจะวิจิตรเทียบเท่า..
เป็นความงามอันสูงสุด..
ที่ไม่มีสิ่งใดจะสามารถทำให้สมบูรณ์แบบมากไปกว่านี้ได้แล้ว..
แน่นอนว่า Pygmalion คงภาคภูมิใจหาใดปาน..
แต่ที่เหนือไปกว่าความภาคภูมิใจในผลงานอันหาที่ติมิได้นั้น...
มันคือความรัก..
โชคชะตาเล่นตลกกับพ่อนักปั้นหนุ่มนี่ซะแล้ว..
Pygmalion เกิดตกหลุมรักรูปปั้นของตัวเอง..
แน่นอนว่าอย่างลึกซึ้ง..รุ่มร้อน...และหลงใหล
ก่อนที่ใครจะว่าไอ้หมอนี่..เป็นไอ้โรคจิต..โทษฐานคิดมิดีมิร้ายกับรูปปั้น..
ก็ต้องขอบอกไว้ตรงนี้ว่า..ว่ากันว่า..รูปปั้นนี้นั้น..ดูยังไงก็ไม่เหมือนรูปปั้น
ประติมากรรมไม่ใช่ประติมากรรม..สมจริงสมจัง..ราวกับมนุษย์
ไม่มีใครสักคนที่คิดว่า..เธอเป็นเพียงงาช้าหรือแท่งหินที่ผ่านการสลักเสลา....
หากแต่เป็นเพียงสตรีเลอโฉม..มีเลือดเนื้อแลไออุ่น..เยี่ยงมนุษย์ทั่วไป..
เพียงแต่หยุดเคลื่อนไหวในชั่วเวลาระยะหนึ่งเท่านั้น..
เรียกว่า..
สุดยอดแห่งความสำเร็จทางศิลปะก็ถือกำเนิดด้วยน้ำมือของ Pygmalion
เป็นศิลปะที่ปกปิดลบกลบเกลื่อนตัวเองได้อย่างสมบูรณ์..
จะว่าไปแล้วก็เสมือน
..สตรีเพศที่เขาได้เคยหยาบหยามได้มีโอกาสล้างแค้น...เอาคืน
กลั่นแกล้งให้ชะตากรรมความรักของ Pygmalion วิปริตพิสดารไปเช่นนั้น..
เพราะไม่เคยปรากฏว่าชายที่ตกหลุมรักหญิงสาวชาวมนุษย์คนไหน
จะไร้ความสุข ไร้ความหวังได้เทียมเท่ากับ Pygmalion
ริมฝีปากยวนเย้าที่เขาเฝ้าจุมพิตนั้น...ไม่อาจจูบเขาตอบได้...
สองมือ ดวงหน้าที่เขาบรรจงสัมผัสอย่างทนุถนอม..ก็ไม่อาจจะมีปฏิกริยาเขินอาย
กายนางที่ประคองกอดไว้ในอ้อมแขนก็ยังคงเย็นชืด..ไร้ชีวิต นิ่งสงบอยู่อย่างนั้น...
หลายต่อหลายครั้ง..ที่ Pygmalion ต้องแสร้งทำเหมือนเด็กเล่นตุ๊กตา..
เขาพยายามสรรหาเสิ้อผ้าแพรพรรณต่างๆมาให้เธอสวมใส่พลางจินตนาการไปว่า..
เธอแสดงความยินดีปรีดามากเพียงใด..
เขาเพียรเอาของขวัญที่หญิงสาวทั้งหลายปลาบปลื้มมามอบให้
นกน้อยน่ารัก ดอกไม้แสนสวย อำพันอันงดงาม พร้อมๆกับฝันไปว่า..
เธอตอบแทนเขาด้วยการมอบหัวใจรักให้อย่างเต็มอกเต็มใจ
เขาให้เธอนอนบนเตียง..ห่มคลุมด้วยผ้าห่มอันแสนนุ่มและอบอุ่น..
เช่นเดียวกับที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ..ทำให้ตุ๊กตาตัวโปรดของเธอ..
แต่ทว่า... Pygmalion ไม่ใช่เด็ก..
เขาจึงไม่อาจจะฝืนแสร้งทำเช่นนั้นได้นาน
และในที่สุด เขาก็ถอดใจยอมแพ้..
ด้วยตระหนักว่า..เขากำลังรักสิ่งไร้ชีวิตที่ไม่อาจตอบสนองเขาได้
และจมจ่อมอยู่กับความทุกข์ทรมานใจใหญ่หลวง..
แต่ในขณะเดียวกัน..
ความลุ่มหลงอันลึกซึ้งแปลกแยกแตกต่างจากคนทั้งมวลนี้..
ก็ไม่อาจรอดพ้นจากสายตาของเทวีผู้ครองความรักไปได้
Venus มักให้ความสนใจกับเรื่องราวความรักที่แปลกประหลาด
แตกต่างจากความรักในรูปแบบทั่วๆไป..
และองค์เทวีก็ตั้งใจมั่นที่จะช่วยชายหนุ่ม
ผู้ซึ่งมีความรักที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน
ในเทศกาลเฉลิมฉลองแด่องค์เทวี..ซึ่งแน่นอนว่าจะยิ่งใหญ่เป็นพิเศษที่ไซปรัส
ถิ่นแรกที่องค์เทวี Venus พำนักหลังจากผุดขึ้นมาจากฟองคลื่น..
แท่นบูชาในวิหารนั้นเต็มไปด้วยของล้ำค่า
ที่บรรดาคู่รักผู้ไม่สมปรารถนาทั้งหลายนำมาบูชาองค์เทวี
สวดอ้อนวอน..หวังให้ได้สมรัก..สมปรารถนา ฟ้าเข้าข้างบ้าง..
แน่นอน หนึ่งในนั้นก็มีประติมากรหนุ่มนาม Pygmalion อยู่ด้วย..
Pygmalion อ้อนวอนต่อองค์เทวีเพียงว่า..
ให้เขาได้พบพานหญิงสาวที่เหมือนกับรูปปั้นของเขา
แต่องค์เทวีนั้นรู้ดีว่า..แท้จริงแล้วเขาต้องการอะไร..
เปลวไฟบนแท่นบูชาที่เขาสวดอ้อนวอนอยู่นั้นก็ลุกโชติช่วง..
เป็นเสมือนสัญญาณตอบรับคำขอ
ขณะเดินทางกลับบ้าน Pygmalionเฝ้าครุ่นคิดถึง
เปลวไฟบนแท่นบูชาขององค์เทวีไปตลอดทาง..
จนกระทั่งมาถึงบ้าน...
แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่า..
สิ่งที่เขาสร้างสรรค์อย่างประณีตบรรจงและมอบหัวใจให้
จะกลับกลายมีชีวิต..เป็นหญิงสาวยืนอยู่บนแท่น..งดงามน่าตะลึงลาน...
เมื่อเขาลองแตะตัวเธอ..เธอก็สัมผัสเขาตอบ..
เอ มันเป็นแค่อาการของคนที่สะกดจิตหลอกตัวเอง
หรือเธอรู้สึกอบอุ่นกับสัมผัสของเขาจริงๆนะ..
Pygmalionบรรจงจุมพิตที่ริมฝีปากคู่นั้น..นิ่งนาน...
และรู้สึกว่า..สัมผัสแห่งริมฝีปากนั้นมันช่างนุ่มนิ่ม อบอุ่น
เมื่อเขาแตะแขน ไหล่ ความแข็งกระด้างก็พลันหายไป...
ราวกับว่า..เขากำลังมองดูขี้ผึ้งละลายท่ามกลางแสงอาทิตย์..
เขาจับชีพจรที่ข้อมือเธอ..ก็รู้สึกได้ถึงโลหิตที่สูบฉีด..ไปทั่วร่าง..
โอ Venus นี่ต้องเป็นพรแห่งองค์เทวีแน่ๆ...
ด้วยความปีติสุดแสน Pygmalion อ้าแขนตระกองกอดนางในฝันของเขา..
รู้สึกเป็นสุขยิ่ง...เมื่อเห็นเธอยิ้มและพวงแก้มเปลี่ยนสีด้วยความขวยเขิน..
จากนั้น องค์เทวีก็ปรากฏกายเพื่ออวยพรให้การแต่งงานของทั้งคู่...
เรื่องราวต่อจากนั้นเป็นอย่างไร..ไม่มีใครกล่าวเล่าถึง..
รู้เพียงแต่ว่า.. Pygmalion เรียกนางอันเป็นที่รักของเขาว่า "Galatea"
และลูกชายของทั้งสอง Paphos
ได้มอบชื่อของเขาให้เป็นชื่อเมืองที่องค์เทวีโปรดที่สุด..
คนเรานี่นะ..ขยันตั้งข้อแม้กับความรัก..
เธอต้องเป็นอย่างงั้น...เพราะชั้นเป็นอย่างงี้..
สุดท้าย..ก็อยู่กันไม่ได้..เพราะไม่มีใครจะเปลี่ยนตัวเองได้ทุกอย่าง..
คนนั้นก็ดูไม่เข้าตา...คนนี้ก็มาแบบไม่เข้าใจ..
ไม่ได้เรื่องไปซะหมด..ไม่ถูกใจไปซะทุกคน..
จริงอยู่เรามีสิทธิเลือก..สิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุด..
แต่ก็จงเลือก..
ด้วยดวงตาอันสดใส..จิตใจอันกว้างขวาง..และมาตรฐานอันไม่เกินความจริง..
เพราะเราเองก็ไม่อาจรู้ว่า..เทวี Venusจะมองเห็นความรักเราไหม..
จะคอยเป็นแรงใจให้รึเปล่า...
ตราบใดที่เราปั้นใครให้มีชีวิตดังใจเราไม่ได้..
ก็อย่าไปตั้งข้อแม้บังคับให้ใคร..เป็นดังใจเราเลย..
โดยเฉพาะ..การอ้างในนามของ"ความรัก"
เพราะ "ข้อแม้เดียวของความรักก็คือการรักอย่างไม่มีข้อแม้"
คุณก็เคยได้ยินมาแล้วนี่
จำให้ใส่ใจสักที่สิ..
ป.ล. รักสิ่งที่รักเราตอบได้เป็นเรื่องที่ดีกว่า..
edit @ 2007/02/14 14:29:52
คนในฝันก็ต่างจากคนในชีวิตจริง
เทวีVenus จะมองเห็นความรักของทุกคนได้หรือเนาะ
สุขสันต์วาเลนท์ไทม์จ๊ะ
#1 By บันทึกบรรทุกฝัน[กระดาษ] on 2007-02-14 11:13